การประชุมวิชาการ ประจำปี พ.ศ. 2560 หัวข้อ “ศาสตร์พระราชา: ปัญญาของแผ่นดิน”

การประชุมวิชาการ ประจำปี พ.ศ. 2560 หัวข้อ “ศาสตร์พระราชา: ปัญญาของแผ่นดิน”

การประชุมวิชาการสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์

ประจำปี พ.ศ. 2560

หัวข้อ “ศาสตร์พระราชา: ปัญญาของแผ่นดิน”

วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

รายงานการประชุมวิชาการ (Proceeding) สรุปผลการจัดประชุมวิชาการ ศาสตร์พระราชา:

ปัญญาของแผ่นดิน

  1. 1. หลักการและเหตุผล

นับตั้งแต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ได้ทรงตรวจเยี่ยมและทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร จึงทรงมีพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน โดยในช่วงแรกนั้นเป็นการค้นคว้าทดลอง เสด็จพระราชดำเนินเข้าพื้นที่ที่ประสบปัญหาเพื่อศึกษาสถานการณ์และเก็บข้อมูลด้วยพระองค์เอง แล้วจึงทรงวางแผนพัฒนาและพระราชทานข้อเสนอแนะให้แก่รัฐบาลร่วมดำเนินโครงการตามพระราชดำริ โครงการเหล่านี้ตั้งอยู่บนหลักการทำงานที่สำคัญคือ จะต้องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ได้อย่างรีบด่วนและมีผลในระยะยาว และต้องเป็นไปตามลำดับความจำเป็นและประหยัด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการส่งเสริมความรู้และเทคนิควิชาสมัยใหม่ที่เหมาะสม ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือ ประชาชนที่จะสามารถ “พึ่งพาตนเองได้” ในที่สุด นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2495–2556 มีโครงการหรือกิจกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนทั้งสิ้นกว่า 4,000 โครงการ ดำเนินการในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ให้กับปวงชนชาวไทย เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตและดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก พระราชจริยวัตรของการที่ทรงวางแผนการพัฒนา โดยศึกษาหาความรู้ทั้งจากเอกสาร และการลงพื้นที่จริงด้วยพระองค์เองอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการค้นคว้าทดลองจนเกิดเป็นหลักการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ของประชาชนนั้น ถือได้ว่าเป็นกระบวนการพัฒนาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์และการสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาการเกษตร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสื่อสารและคมนาคม วิทยาศาสตร์และวิศวกรรม การศึกษา ตลอดจนการพัฒนาแบบบูรณาการอื่น ๆ องค์ความรู้ที่ทรงสั่งสมและกลั่นกรองมาเป็นระยะเวลานาน ได้ถูกยกระดับเป็นทฤษฎีหรือปรัชญาสำหรับให้ประชาชนใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อาทิ พระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อการจัดการที่ดินและการอยู่อาศัย และพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประเทศไทยในปัจจุบันได้น้อมนำเอามาใช้เป็นหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และสานต่อพระราชปณิธานในการพัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ทั้งนี้ หลักคิดและฐานคติเบื้องหลังการพัฒนาประเทศอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นมีความลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง และสามารถใช้เป็นแนวทางสำคัญให้แก่ทุกภาคส่วนได้นำไปประยุกต์ใช้นำทางสำหรับการสร้างกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาใหม่ ๆ ได้อีกในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เห็นความสำคัญของการทบทวนและการสังเคราะห์องค์ความรู้จากโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสรุปเป็นชุดความคิดที่สะท้อน “ศาสตร์พระราชา” เพื่อนำมาใช้สำหรับเป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำมาถ่ายทอดสู่สาธารณชน และนำไปสู่การประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาของชาติ จึงได้จัดทำโครงการประชุมวิชาการ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ประจำปี พ.ศ.2560 ในหัวข้อ “ศาสตร์พระราชา: ปัญญาของแผ่นดิน” ขึ้น เพื่อใช้เป็นเวทีสำหรับการนำเสนอองค์ความรู้และผลงานที่เกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงการแสดงความมุ่งมั่นของประชาคมภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ในการร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในการพัฒนาประเทศต่อไป

  1. วัตถุประสงค์ของการประชุม
  • เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความมุ่งมั่นของประชาคมในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ในการสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และยกระดับองค์ความรู้ในฐานะ “ศาสตร์พระราชา” และถ่ายทอดไปสู่สาธารณะ
  • เพื่อสร้างเวทีสำหรับการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และการพัฒนาแผนที่วิจัย (Research Map) สำหรับคณะฯ ร่วมกับนักวิชาการ และองค์กรระดับภูมิภาค เพื่อตอบสนองต่อปัญหาสังคมอย่างเป็นปัจจุบัน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย
  • เพื่อใช้เป็นเวทีสำหรับการนำเสนอผลงานทางวิชาการของนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร ทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงต่างประเทศ
  1. หน่วยงานที่รับผิดชอบ

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

วันพฤหัสบดีที่ 23 และวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2560

  1. สถานที่ดำเนินการ

ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

  1. ผู้เข้าร่วมประชุม

ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน จากภาคส่วนต่าง ๆ ดังนี้

ผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคตะวันตก 8 จังหวัด

ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ)

ผู้แทนจากชุมชนท้องถิ่น

คณาจารย์ และนักศึกษาคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

  1. ค่าลงทะเบียน
  • ผู้เข้าร่วมประชุม ศิษย์เก่า และบุคคลภายนอก ค่าลงทะเบียน 1,000 บาท
  • ผู้นำเสนอบทความ ค่าลงทะเบียน รอบที่ 1 ชำระ 2,000 บาท และค่าลงทะเบียน รอบที่ 2 ชำระ 2,500 บาท
  • แขกรับเชิญไม่เสียค่าใช้จ่าย
  1. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  • มีเวทีสำหรับประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันอุดมศึกษา องค์กร และประชาชนในภูมิภาคตะวันตก ได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความมุ่งมั่นของประชาคมในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ในการสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • ชุดองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งสามารถยกระดับให้อยู่ในฐานะ “ศาสตร์พระราชา” และได้รับถ่ายทอดไปสู่สาธารณะ
  • เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ และการพัฒนาแผนที่วิจัย (Research Map) สำหรับคณะฯ ร่วมกับองค์กรระดับภูมิภาค เพื่อตอบสนองต่อปัญหาสังคมอย่างเป็นปัจจุบัน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย
  • นักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร ทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดลรวมถึงต่างประเทศ ได้นำเสนอผลงานทางวิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้
2019-07-30T15:45:49+00:00