iceeium

About admin

This author has not yet filled in any details.
So far admin has created 346 blog entries.

โครงการพัฒนารูปแบบการอภิบาลจัดการขยะสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs): กรณีศึกษาชุมชนใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ได้ริเริ่มโครงการการวิจัยเชิงพื้นที่โดยมีชื่อว่า ‘การพัฒนารูปแบบการอภิบาลจัดการขยะสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs): กรณีศึกษาชุมชนใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี’ ด้วยการประยุกต์แนวคิด ‘การร่วมผลิตทางสังคม’ (social co-production) ซึ่งคณะสังคมศาสตร์ฯ ได้มุ่งเน้นการทำงานกับภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมผลิตและพัฒนารูปแบบ แนวทาง และนวัตกรรม การจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และมีความยั่งยืน โดยมีรองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาระบบ รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ อมรสิริพงศ์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วยคณาจารย์ในภาควิชาสังคมศาสตร์ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันทางคณะวิจัยได้เสร็จสิ้นการทำงานระยะที่ 1 การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านการจัดการขยะของชุมชนเป้าหมายในเขตพื้นที่ตำบลวังศาลา วังขนาย และบ้านใหม่ เพื่อวิเคราะห์โอกาสและความท้าทายของการจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วมที่ยั่งยืน The faculty of social sciences and humanities has initiated the area-based research project entitled ‘Development of Model for Effective Local Waste Management and Environmental Preservation Under Sustainable Development Goals (SDGs): A Case Study of Tha Muang District, Kanchanaburi Province’ by its application of the concept of ‘social co-production’. The Faculty has collaborated with business-industry sector, local government organization and people. The objective is to co-produce and develop model, process and innovation that are appropriate and sustainable for waste management in the local context.  The Project, supported by Mahidol University, has led by vice-president of strategy and system development, Assoc. Prof. Dr. Somsak Amornsiriphong as the head of research team and the academic staff of the department of social sciences. The research team has up-to-date finished the survey on waste management in targeted areas in Tambol Wangsala, Wangkanai and Baan Mai, in order to analyze opportunities and challenges for community’s waste management by means of civil participation and sustainability. [...]

วิจัยเรื่องบทบาทและศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

รายงานการวิจัยเรื่อง บทบาทและศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภัทรียา กิจเจริญ ภาควิชาสังคมและสุขภาพ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับสุขภาพของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดย และ เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยแบ่งผู้ให้ข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ 1) กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลสมุทรสาคร จำนวน 3 คน ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และ 2) กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 6 คน ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม ผ่านล่ามชาวพม่า ผลการวิจัยพบว่าสรุป บทบาทหน้าที่สำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คือรับการถ่ายทอดความรู้ที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส การป้องกันตัวเอง การปฏิบัติตัวในช่วงการแพร่ระบาด ข้อมูลทางด้านสาธารณสุข รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ เพื่อมาบริการสำหรับประชากรต่างด้าว ในชุมชนต่างด้าว การประสานงาน เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคทางสาธารณสุข ทั้งบริการเชิงรุก เชิงรับ โดยการควบคุม และได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมทั้งการกระจายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับวัคซีนในพื้นที่ การรวบรวมรายชื่อของแรงงานข้ามชาติที่ประสงค์จะเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อประสานงานกับสถานพยาบาลในพื้นที่ สำหรับปัญหาและอุปสรรคการทำงานพบว่าปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการป้องกันการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือ กลุ่มแรงงานข้ามชาติขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและปัญหาในการสื่อสาร ซึ่งสื่อต่าง ๆ ที่ให้ข้อมูลข่าวสารเป็นภาษาไทย งบประมาณไม่เพียงพอ และบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ รวมทั้งความสับสนทางข้อมูลการจัดสรรวัคซีนและความกังวลของแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ Migrant health volunteers (MHVs) are key health workforce actors who play a substantial role in improving the health of migrants in Thailand. The objective of this study was to explore the roles of migrant health volunteers and to study the problems and obstacles of them during the COVID-19 pandemic in Samut Sakhon province. The qualitative research methods were employed by dividing the informants into 2 groups 1) In-depth interview was used with 3 public health officers of Samut Sakhon hospital and 2) the Focus Group Discussion through a Burmese interpreter was used with 6 migrant health volunteers. The results showed that the important roles of migrant health volunteers during the COVID-19 pandemic in Samut Sakhon province [...]

โครงการศึกษาแนวโน้มสถิติเรือนจำและประสบการณ์ในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังในประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โครงการศึกษาแนวโน้มสถิติเรือนจำและประสบการณ์ในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังในประเทศไทย ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โครงการศึกษาแนวโน้มสถิติเรือนจำและประสบการณ์ในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังในประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้รับทุนสนับสนุนโครงการฯ โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) มีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มสถิติเรือนจำในช่วงปี พ.ศ. 2562-2564 และการเปรียบเทียบสถิติข้อมูลการกระทำผิดก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งเพื่อศึกษาประสบการณ์ในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังในประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผลการศึกษาโครงการฯ นี้นำไปสู่ความเข้าใจการในการปรับตัวของผู้ต้องขังในการกลับคืนสู่สังคม ประสบการณ์ในการกลับคืนสู่สังคม ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของผู้ต้องขังหลังปล่อย รวมทั้งปัจจัยที่นำไปสู่การกระทำผิดซ้ำและปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ต้องขังกลับสู่สังคมอย่างประสบความสำเร็จในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ซึ่งผลการศึกษาเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำไปสู่แนวทางในการพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และการติดตามพ้นโทษหลังปล่อย รวมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในอนาคต โดยโครงการฯ นี้จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2565

โครงการศึกษาแนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างบูรณาการและพัฒนาศักยภาพการจัดขยะอาหารในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

“โครงการศึกษาแนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างบูรณาการและพัฒนาศักยภาพการจัดขยะอาหารในครัวเรือนอย่างยั่งยืน” เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างต้นแบบเพื่อลดปัญหาขยะอาหารเชิงพื้นที่ในเมืองมรดกโลกพระนครศรีอยุธยาของรองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ซึ่งผลลัพธ์และความคุ้มค่าของงานวิจัยที่ได้รับ คือ ชุมชนสามารถลดขยะอาหารในครัวเรือนได้ และ สามารถที่จะประเมินความสามารถของตนเองในการจัดการขยะอาหารในครัวเรือน/ชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของชุมชนในการจัดการขยะอาหาร การกำจัดขยะอาหาร และการจัดการขยะชุมชนของพื้นที่มรดกโลก นอกจากนั้น ยังเป็นลดงบประมาณของพื้นที่ในการจัดการและกำจัดขยะอาหารลงเป็นอันมาก และยังลดผลกระทบทางอนามัยสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากขยะอาหารที่มีเป็นจำนวนมากของในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นเมืองมรดกโลกให้งดงามอย่างยั่งยืน

STEAM APPROACH FOR IMPROVING 21ST CENTURY SKILLS OF MULTICULTURAL STUDENTS ATTENDING INCLUSIVE CLASSROOM IN BANGKOK, THAILAND

STEAM APPROACH FOR IMPROVING 21ST CENTURY SKILLS OF MULTICULTURAL STUDENTS ATTENDING INCLUSIVE CLASSROOM IN BANGKOK, THAILAND                                                                                                                          Asst. Prof. Dr. Sovaritthon Chansaengsee                                                                                                                 Department of Education, Mahidol University As no one must be left behind, the disabilities or ones with difficulties to access the information or education would be recognized as the priorities to obtain the opportunity in education. In the case of Thailand, there are not enough spaces for these priorities to access the proper education; therefore, this might be both the starting point and turning point of education in the country. An inclusive classroom is one of the effective solutions aiming to promote equality and quality in the society. The inclusive classroom allows both general education teachers and special education teachers to work together to respond to the actual needs of students. Additionally, blending special need students into the classroom with other students could help enhance most 21st century skills of the students, namely, collaboration, communication, and social and cultural awareness.

Boredom in Online Activity during COVID-19 Outbreak Causing Dysfunctional Behaviors of Adolescent Students: Phenomenological Study to the Creation of Virtual Reality Classroom

Boredom in Online Activity during COVID-19 Outbreak Causing Dysfunctional Behaviors of Adolescent Students: Phenomenological Study to the Creation of Virtual Reality Classroom Asst. Prof. Dr. Sovaritthon Chansaengsee Department of Education Granted by Faculty of Social Sciences and Humanities, Mahidol University Boredom is the phenomenon most adolescent students have been struggling, especially during the pandemic that they were regularly mandated to stay in new normal way. Boredom is a common academic feeling that causes students feel less eager to engage in online class activities especially during the pandemic. During the COVID-19 crisis, online learning and online activities play a high role, especially among teenagers which most schools in Thailand have started to offer online tuition in order to keep teaching and learning going; however, boredom with online activities especially online learning has occurred. Fortunately, the combination of VR into online class sounds optimistic as this technology can guarantee the excitement of the lesson. Several educators have implemented VR to promote students’ intrinsic motivation and most become successful. The richer learning environment provided in VR helps students accumulate interesting learning experience online with the flourishing characteristics of immersion, interaction, and imagination, and it encourages deeper learning of students. This project granted [...]

โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็นในการคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยเพื่อลดการระบาดของ COVID-19 ผ่านถังขยะเพื่อการคัดแยกขยะสำหรับทุกคน

“โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็นในการคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยเพื่อลดการระบาดของ COVID-19 ผ่านถังขยะเพื่อการคัดแยกขยะสำหรับทุกคน” เป็นโครงการขยายผลต่อยอดนวัตกรรมถังขยะของผู้พิการทางการเห็นของผู้พิการทางเห็น ไปสู่โรงเรียนสอดคนตาบอด 14 แห่งทั่วประเทศของรองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งผลลัพธ์และความคุ้มค่าของงานวิจัยที่ได้รับ คือ ด้านวิชาการ: นักเรียนพิการทางการเห็นมีความรู้จนสามารถมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยตั้งแต่ต้นทางด้วยนวัตกรรมถังขยะฯ ซึ่งเป็นการช่วยลดการระบาดของโรค COVID-19 ในกลุ่มผู้พิการทางการเห็น ด้านสังคม: ทำให้คุณภาพชีวิต สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อมของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนสอนคนตาบอดดีขึ้น วัดจากปริมาณขยะถูกทิ้งอย่างถูกประเภท และ ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการที่ขยะหน้ากากอนามัยถูกทิ้งอย่างเหมาะสม ด้านเศรษฐกิจ: นักเรียนพิการทางการเห็นสามารถสร้างรายได้จากการคัดแยกขยะรีไซเคิล

ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา เนื่องในโอกาสได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา เนื่องในโอกาสได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ของสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย

หน่วยพัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดโครงการอบรม “Line Official เพื่อการสื่อสาร”

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 หน่วยพัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดโครงการอบรม "Line Official เพื่อการสื่อสาร" โดยมี อาจารย์ ดร. ปานจิตร์ หลงประดิษฐ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศเพื่อการบริหาร เป็นประธานในการกล่าวเปิดการอบรม และคุณชวลิต นุชเจริญ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่อง "Line Official เพื่อการสื่อสาร" เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการสร้าง Line Official ในการนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วในการทำงานมากยิ่งขึ้น ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 408 ชั้น 4 อาคาร 4 และในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Cisco Webex Meetings.

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้จัดโครงการ “การยศาสตร์กับการทำงาน” ครั้งที่ 1 หัวข้อ “เข้าใจหลักการพื้นฐานทางด้านการยศาสตร์และการนำหลักการด้านการยศาสตร์มาปรับปรุงสภาพการทำงาน”

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้จัดโครงการ “การยศาสตร์กับการทำงาน” ครั้งที่ 1 หัวข้อ “เข้าใจหลักการพื้นฐานทางด้านการยศาสตร์และการนำหลักการด้านการยศาสตร์มาปรับปรุงสภาพการทำงาน” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ รองคณบดีฝ่ายบริหารเป็นประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม และได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กภ.เพชรรัตน์ ภูอนันตานนท์ อาจารย์สาขาวิชากายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากร โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการนำหลักการพื้นฐานทางด้านการยศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ลดผลกระทบต่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการนทำงานของบุคลากร

X